[Leehom Fic]~**He lives next door**~(1)

posted on 23 Dec 2007 18:48 by ficsungjin  in Leehom

อันนี้งานเก่านะคะ แบบว่าเขียนจบไปประมาณสองปีได้ละ

เอามาปัดปุ่นโชว์ใหม่  อิอิอิ ลองอ่านกันดูหน่อยนะคะว่าเป็นยังไง

ปล.  ขอบคุณมากๆสำหรับคอมเม้นท์อันมีค่าค่ะ สำหรับ

โปรเจ็คของหนุ่มๆชินฮวา ก็แบบว่าจะเป็นเรื่องรักๆของหนุ่มๆ

ยังไม่รั่วเท่าไหร่   ความรั่วจะตามมาในงานต่อๆไปนะคะ

*******************************************

หญิงสาววัย 24ที่ต้องจากบ้านไปเรียนต่อภาษาที่ไต้หวันอย่าง AKI ถือว่าเป็นเรื่องที่ทั้งดีและไม่ดี
AKIที่ไม่เคยจากบ้านไปไหน แต่ด้วยความพยายามของเธอทำให้เธอสอบได้ทุนไปเรียนภาษาจีนที่
ไต้หวัน ที่ถึงแม้จะถูกคนที่บ้านคัดค้านแต่ในที่สุด พวกเค้าก็จำใจยอม แถมยังหาที่อยู่ให้เธออีกต่างหาก

AKI ไปอยู่ที่บ้านของเพื่อนแม่เธอที่ซื้อทิ้งไว้ที่นั่น ที่นั่นสะดวกสบาย แล้วก็มีคนไม่พลุกพลานนักวันแรกที่ AKI เข้าไปอยู่ที่บ้าน เธอก็เริ่มคำนวณค่าใช้จ่ายต่างๆ และพยายามประหยัดทุกอย่าง
ไม่ว่าจะเป็นค่าไฟฟ้า ค่าแก็ส เพราะเธอไม่อยากให้ที่บ้านจะต้องมารับภาระเหล่านี้ของเธอ

นอกจากนั้น AKI ยังไปสมัครทำงานที่ร้านขายซีดี แถวบ้านอีกด้วย เพื่อหารายได้เพิ่ม เจ้าของร้าน
และเพื่อนร่วมงานต่างให้ความเอาใจใส่ และช่วยเหลือเธอเป็นอย่างดี เวลาผ่านไปหนึ่งเดือน
วันสอบกำลังจะมาถึง

** ระเบียงบ้าน AKI เธอเอาโคมไฟตั้งโต๊ะมาตั้งที่โต๊ะปิกนิคที่กางเอาไว้ที่ระเบียง โดยไม่เปิด
ไฟในบ้านแม้แต่ดวงเดียว**

AKI : (มือจับหนังสือ ถอนหายใจเฮือกใหญ่) เอาล่ะ การสอบครั้งนี้จะต้องได้คะแนนดีๆๆๆ

แล้วเธอก็เริ่มอ่านหนังสือ แต่อ่านไปได้ไม่เท่าไหร่ ก็มีเสียงรบกวนมาจากบ้านข้างๆ
AKI รู้สึกหงุดหงิดและแปลกใจ เพราะว่าเธอเองคิดมาตลอดว่าข้างบ้านนั้นเป็นห้องว่าง
เนื่องจากตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเธอไม่เคยเห็นแม้แต่เงาของคนข้างบ้านเลย

แต่ว่าความสงสัยนั้นก็สู้ความหงุดหงิดของเธอไม่ได้ AKI เดินไปที่ประตูเพื่อที่จะไปเคาะประตู
คนข้างบ้าน โดยลืมไปว่าตัวเองใส่ชุดอยู่บ้าน ผมก็ยุ่งเหยิง แถมใส่แว่นกรอบคุณตาอีกต่างหาก

ตอนที่เธอกดกริ่งข้างบ้าน รอสักพักก็ไม่เห็นมีใครมาเปิดประตู แต่เสียงดนตรีนั้นยิ่งดังกว่าเก่า
ทำให้ AKI ยิ่งคิดยิ่งโมโห เธอจึงเริ่มใช้กำปั้นทุบประตู ทุบจนลืมเจ็บ ทุบไปสักพักก็มีเสียงคนเดินมาเปิด
ประตู เค้าที่เปิดประตูเป็นชายหนุ่ม รูปร่างสูง ผิวคล้ำ ท่าทางเหมือนจะเมา เค้าเปิดประตูออกมาแล้วก็ยิ้ม

AKI : (หรี่ตามองเค้า พูดด้วยน้ำเสียงกระด้าง)  นี่คุณเป็นเจ้าของบ้านใช่มั๊ย ทำไมถึง...

ชายหนุ่ม : (เอ๋อๆ พูดแทรก)  อ๋อ เจ้าของบ้านเหรอ รอเดี๋ยวนะ (หันไปตะโกนเรียกเพื่อน)
ลี่หง มียายคนนึงมาหาน่ะ

(สักพักก็มีชายหนุ่มอีกคนเดินออกมา ทำหน้างงๆใส่)
AKI : (หายใจแรงดังด้วยความโมโห) lhthfc/az-fire.gif นี่คุณเป็นเจ้าของบ้านใช่มั๊ย กรุณาเปิดเพลงให้เบาๆหน่อย
เกรงใจคนข้างบ้านเค้าบ้าง

ลี่หง :  ข้างบ้านเหรอ ข้างบ้านผมมีคนอยู่ด้วยเหรอ

AKI : lhthfc/az-fire.gif แล้วนี่นายคิดว่าชั้นเป็นตัวอะไร มนุษย์ต่างดาวหรือไง แล้วก็รบกวนอีกอย่าง

ตอนที่ตาดำนั่นฟื้นคืนสติแล้ว บอกเค้าด้วยว่าชั้นไม่ใช่ยายของพวกนาย สวัสดี
(สะบัดหน้า กลับไปที่บ้านแล้วปิดประตูดังปังทิ้งท้าย)

ทำเอาสองหนุ่มที่คนนึงเบลอๆ เหมือนเพิ่งตื่น แถมยังมีหนวดที่เพิ่งขึ้นหลงเหลืออยู่บนใบหน้า
กะชายหนุ่มผิวคล้ำที่ดูเหมือนยังไม่สร่างเมายืนเอ๋อ กันทั้งคู่

ชายหนุ่ม : นี่ไอ้ที่ว่าดำเนี่ย .. คุณยายเค้าหมายถึงใครเหรอ

ลี่หง : (ถอนหายใจ) ช่างเหอะ เข้าบ้านได้แล้ว ชั้นบอกนายให้เปิดวิทยุเบาๆไม่ใช่เหรอ Hei Ren 

หลังจากนั้นเสียงจากข้างบ้านก็เบาลง AKI ก็กลับไปอ่านหนังสือต่อ
โดยไม่คิดว่าพ่อหนุ่มข้างบ้านจะมีบทบาทกับชีวิตของเธออีก 
 

Stroy by : Illkid@lhthfc

********************************

เป็นอย่างไรบ้างก็บอกกันได้นะคะ แบบว่าอยากรู้มากมายว่าชอบหรือไม่ชอบกันอ่ะคะ


 

[Shinhwa's Luv Project]Hyesung:My Last,First Luv(1)

posted on 21 Dec 2007 22:18 by ficsungjin  in Shinhwa

ของเกริ่นก่อนเข้าเรื่องเล็กน้อยนะคะ Project นี้เราให้ชื่อว่า

"Shinhwa's Love Project"  

โดยจะเป็นเรื่องรักๆของสมาชิกชินฮวา และจะมาเป็นตอน

ของใครของคนนั้น หึหึหึหึ  แต่จะเป็น Short Fic นะคะ

เริ่มตอนแรกเป็นเรื่องราวของ ฮเยซอง นักร้องเสียงเทวดาค่ะ

*********************************************

Shin Hye Sung  : My Last,First Luv

Chapter 1

ผมพบกับคนรักเก่าอีกครั้งหลังจากที่เราแยกทางกันกว่า 7 ปี เธอยังคงเป็นผู้หญิง

ที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เหมือนเดิม จะต่างออกไปนิดหน่อยก็ตรงที่วุฒิภาวะที่มากขึ้น

ทำให้เธอดูสง่างามแบบที่ผู้หญิงควรจะเป็น ต่างจากเมื่อก่อนที่เป็นเสน่ห์แบบ

เด็กสาวผู้ร่าเริง แต่ผมก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าแววตาอันสดใสของเธอนั้นกลับเป็น

สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปเลย

 

สถานที่ผมนัดพบกับเธอเป็นภัตตาคารแสนหรูที่อยู่บนบริเวณพื้นที่เปิดโล่งของตึก

ที่สูงที่สุดในกรุงโซลทำให้มองเห็นบรรยากาศยามค่ำคืนโดยรอบของกรุงโซลได้ชัดเจน

ภัตตคารนี้ขึ้นชื่อทั้งทางด้านรสชาติของอาหาร บรรยากาศและแน่นอนว่าราคาที่สูงลิบ

เพราะฉะนั้นการที่จะได้เข้ามาที่นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย แล้วทำไมวันนี้ผมถึงนัดเธอมาเหรอครับ

เพราะผมต้องการหาคำตอบให้กับตัวเองไงล่ะ

เราพบกันโดยบังเอิญเมื่อวันอาทิตย์ที่แล้วขณะที่ผมกับเพื่อนผู้หญิงเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้า

(เรื่องนี้ผมล่ะสงสัยว่าทำไมคนอื่นชอบเข้าใจผิดว่าหล่อนเป็นคู่ควงคนล่าสุดของผม –

ผมล่ะไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมคนอื่นถึงพูดกันไปแบบนี้ ทั้งๆที่ผมแค่ไปนู่นไปนี่ตามคำชวน

ของหล่อนเฉยๆนะ ผมน่ะบริสุทธิ์ใจนะครับ) แล้วตอนที่ผมกำลังรอเพื่อนของผมลองน้ำหอม

อย่างสนุกสนานอยู่นั่นผมก็เหลือบไปเห็นเธอกำลังเลือกซื้อนาฬิกาอยู่ในช็อปของ Rolex

ดูเหมือนจะเลือกซื้อนาฬิกาสำหรับผู้ชายอยู่ ผมไม่ได้ตาฝาด ผมเห็นเธอจริงๆ แย่แล้วสิ

จู่ๆใจผมก็เต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะซะอย่างงั้น เอาไงดีล่ะ ผมอยากเข้าไปทักเธอจัง

แต่เธอจะจำผมได้มั้ย ถ้าเธอจำไม่ได้หรือแกล้งจำไม่ได้ล่ะ ผมต้องอายแน่ๆ งั้นจะปล่อย

โอกาสนี้ให้หลุดลอยไปเหรอ ไม่มีทางแน่นอน เอายังไงดีนะ

 

        “ขอดูนาฬิกาเรือนนี้หน่อยครับ” อา...สุดท้ายผมก็ใช้มุขละครหลังข่าวจนได้ -*-

ประเภทว่าทำเป็นฟอร์มเข้าไปดูของใกล้ๆ เป็นการเรียกร้องความสนใจจากฝ่ายตรงข้าม

ขอให้ได้ผลนะ (มุขนี้ผมไม่ได้คิดเองนะ แค่ยืมมาจากละครหลังข่าวที่ผมดูเมื่อคืนน่ะ

แต่คุณๆทั้งหลายอย่าเข้าใจผมผิดนะ ปกติผมไม่ค่อยปลื้มละครหลังข่าวเท่าไหร่

แต่ที่เมื่อคืนดูเป็นเพราะมันเป็นละครที่คนรู้จักของผมเป็นพระเอกอะ ตอนแรกว่า

จะไม่ดูหรอก แต่เจ้านั่นมันอ้อนวอนขอร้องถึงขั้นทำตาวิ้งๆใส่ให้ผมสยองเล่นขนาดนั้น

ผมก็ไม่มีทางเลือกครับนอกจาก...จำ...ใจ...ดู)

         “พี่เฮซอง พี่เฮซองใช่มั้ยคะ” สำเร็จแล้วเธอทักผมครับ ผมทำท่าเยสในใจ

อย่างนี้ต้องส่งข้อความไปขอบ ใจเอริคมันซะหน่อย ว่าแต่ผมเอาไงต่อดีนะ

         “เอ๋ ซอนฮี” ผมตั้งใจทำหน้าให้คล้ายประหลาดใจปนดีใจมากที่สุดแม้ว่า

ผมจะแอคติ้งไม่เก่งก็เหอะ


        “ดีใจจังเลยที่ได้เจอพี่อีกครั้ง” ผมว่าเธอคงไม่ได้โกหกหรอกครับ เธอดูดีใจจริงๆ

ไม่ได้เสแสร้ง ผมรู้ครับ ก็แหมผมรู้จักนิสัยเธอดี แบบเธอน่ะโกหกใครไม่เป็นหรอหรือ

พูดอีกแบบคือซอนฮีน่ะแอ๊คติ้งไม่เป็นหรอกครับ การที่ซอนฮีดีใจขนาดนี้ทำให้ผมรู้สึกดีครับ

แต่ที่ดีใจสุดๆเลยคือเธอยังคงเรียกผมว่า “พี่” เหมือนเดิมไม่ได้เรียก “คุณ” เพราะมันแปลว่า

เธอไม่ได้เกลียดหรือโกรธผมอย่างที่ผมกลัวว่ามันจะเป็น

         “สบายดีใช่มั้ย”   ผมถาม

          “ค่ะ”     ซอนฮีตอบ

          “พี่ก็สบายดีนะคะ” ผมยิ้มเป็นการตอบคำถามของเธอ

แล้วเราสองคนก็ยิ้มให้กันและกัน ผมรู้สึกเหมือนกับว่าตอนนี้โลกทั้งโลกมีแค่เราสองคน

บรรยากาศแบบนี้มันทำให้ผมนึกถึงวันเก่าๆสมัยที่เรายังคบกันอยู่ยังไงอย่างงั้น

          “พี่มาซื้อนาฬิกาเหรอคะ” เสียงของซอนฮีที่ถามผมทำให้ผมหลุดออกจากภวังค์

          “อ่อ มาดูเล่นๆน่ะ” ผมตอบออกไปแบบนั้น

ทั้งๆที่ความจริงคือผมทำเป็นฟอร์มเข้ามาดูนาฬิกาเพื่อจะได้มีโอกาสคุยกับเธอมากกว่า

          “ซอนฮีล่ะ” ผมถามกลับบ้าง

          “มาซื้อนาฬิกาให้ใครเหรอ หวังว่าคงไม่ได้ซื้อให้แฟนนะ” พูดออกไปแล้วครับ

แล้วผมก็รู้สึกเกร็งลุ้นกับคำตอบมากๆด้วย ผมหวังว่าเธอจะยังไม่มีคนรักนะ ว่าแต่ทำไมผมต้องลุ้น

ขนาดนั้นผมเองก็ไม่ค่อยจะเข้าใจ

          “เปล่าค่ะ” พระเจ้า จู่ๆผมก็รู้สึกว่าผมอยากจะทำท่าเยสออกมาอีกครั้ง

          “มาซื้อให้น้องชายน่ะค่ะ ใกล้วันเกิดของเค้าแล้ว”

แล้วบทสนทนาในห้างสรรพสินค้าของผมและซอนฮีก็จบลงตรงนี้ เพราะเพื่อนผู้หญิง

คนล่าสุดของผมทำหน้าที่เป็นก้างอันโตๆที่ดีมากครับ หล่อนคงเห็นผมคุยอยู่กับซอนฮี

ก็เลยเลิกสนใจน้ำหอมเสียดื้อๆแล้วเดินมาเกาะแขนผมแทนเหมือนที่หล่อนทำทุกครั้ง

เวลาไปเดินเที่ยวกับผม แม้ผมจะไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ที่เธอมาขัดจังหวะแบบนี้

แต่มันก็ช่วยไม่ได้นี่ครับเพราะวันนี้ผมมากับหล่อนนี่นาก็ต้องตามใจหล่อนแหละครับ

อีกอย่างผมกลัวว่าหล่อนจะตาถลนออกมาจากเบ้าน่ะ ก็เล่นจ้องซอนฮีผู้น่ารัก

ของผมซะตาไม่กระพริบ ทำเอาผมกลัวเลยทีเดียว เพื่อความปลอดภัยของซอนฮีและ

ก่อนที่อีกคนจะตาหลุดออกจากเบ้า ผมจึงต้องจบฉากสถานการณ์นี้อย่างรวดเร็ว

แต่ก่อนที่จะต้องลาจากกันผมก็ต้องขอเบอร์ติดต่อของเธอให้ได้ จะขอกันดื้อๆก็ไม่ใช่

สไตล์ของผมอีก

          “รับนี่ไว้สิ” และแล้วผมก็ยืมมุขจากละครหลังข่าวเรื่องเดิมอีกครั้ง

ผมยืนนามบัตรของผมให้ซอนฮี เธอยิ้มก่อนที่จะรับนามบัตรของผมไป

         “ติดต่อมาได้ตลอดนะ”

         “ค่ะ” เธอตอบรับ “แล้วเจอกันใหม่นะคะพี่”

ตอนที่เดินออกมาผมหวังว่าซอนฮีคงจะไม่เข้าใจผมกับเพื่อนผู้หญิงผิดนะ

****************************************************

Story By : Junnie's Ichy 

จบไปแล้วค่ะกับตอนแรกของ My Last,First Luv เป็นอย่างไรบ้าง

ชอบไม่ชอบอย่างไรก็โพสบอกคนแต่งได้นะคะ จะได้เอาไปปรับปรุงต่อไป

 


         

edit @ 21 Dec 2007 22:56:34 by Sunggi's&Jinnie's Gurls

~**Welcome to Our Fictions world**~

posted on 21 Dec 2007 21:38 by ficsungjin  in Words

สวัสดีทุกๆคนที่หลงเข้ามาเป็นเหยื่อ

เอ๊ย! เข้ามาแขก เยี่ยมเยียนบล๊อก

เปิดใหม่ของเราค่ะ  สำหรับ Blogger

ของบ้านนี้เป็นสาวกดงส้มรั่วๆ 2 คน

ที่อยู่ดีไม่ว่าดี อยากจะแต่งฟิคหนุ่มๆ

มาประจานตัวเองกันค่ะ  ^^*

เอาเป็นว่าก่อนอื่นฝากเนื้อฝากตัว

ในฐานะนักเขียนมือใหม่ด้วย(สอง)คน

นะคะ   แล้วก็สำหรับฟิคในบล๊อกของพวกเรา

ก็จะมีแบ่งเป็นหลักๆ (ตอนนี้) สองทีมใหญ่

คือ  1.  Shinhwa ค่ะ เพราะเราเป็นสาวกดง

      2.  Leehom ค่ะ หวังลี่หง อันนี้จะเป็นการเอา  

           งานเก่าเก็บที่เคยโพสไปแล้วใน  Leehom Thaifans

           มาขายใหม่ โดยมีการอิดิทเรื่องด้วย (เน้นแก้คำผิด)

 

โดยผลงานส่วนใหญ่จะแต่งโดยเจ้าของบล๊อกรั่วๆ

ทั้งสองคนนะคะ   คนแรกได้แก่ 

อิชชี่

เจ้าของบล๊อก  http://twinightmoouan.exteen.com 

และตุ๊ก

เจ้าของบล๊อก ตกสำรวจ  http://illkid.exteen.com

ไม่ต้องกลัวไปว่าอ่านไปแล้วจะงงว่าใครเขียนเดี๋ยวด่าไม่ถูก

เพราะเราจะลงเครดิตประจาณตัวเองเอาไว้ด้วย  5555+

 

เอาล่ะ สุดท้าย concept หลักของฟิคเราคือ

"รั่วเท่านั้นที่ครองโลก"

 

ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการอ่านฟิคของพวกเรานะคะ

 

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ  ^^

 

มาดิทเพิ่มเติมค่ะ ^^

ยังไงก็ขอฝากด้วยนะคะ สำหรับบลอครั่วๆนี้

ถ้ามีอะไรเสนอแนะก็บอกได้เลยนะคะ

เราทั้งสองยินดีรับฟังและพร้อมจะปรับปรุงค่ะ

ขอบคุณนะคะ และก็ขอให้มีความสุขนะคะ

 

อีกเรื่องค่ะเพื่อความไม่สับสน

สีประจำของตุ้กเป็นสีส้มนะคะ

ส่วนของอิชสีม่วงค่ะ

edit @ 21 Dec 2007 22:09:35 by Sunggi's&Jinnie's Gurls

edit @ 21 Dec 2007 22:11:49 by Sunggi's&Jinnie's Gurls